ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi): ศิลปินหมายเลข 10 แห่งยุคฟุตบอลสมัยใหม่

Browse By

ถ้าถามว่า “ใครคือคนที่เล่นบอลแล้วทำให้ทั้งสนามเหมือนหยุดหายใจไปหนึ่งจังหวะทุกครั้งที่ได้บอล?” ชื่อของ ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) ต้องโผล่มาแน่นอน เขาคือศิลปินลูกหนังร่างเล็กจากโรซาริโอ ที่ใช้เท้าซ้ายข้างเดียวเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้ทั้งบาร์เซโลน่า ทีมชาติอาร์เจนตินา และวงการฟุตบอลโลก

ไม่ว่าจะเป็นยุคที่เรานั่งดูบอลในทีวีแบบเก่า ๆ หรือยุคที่เปิดมือถือดูไฮไลต์ เช็กสถิติ xG พร้อมลุ้นสกอร์กันมัน ๆ บนเว็บอย่าง ยูฟ่าเบท ชื่อ “Messi” ก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ เวลาใครถามว่า “นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดที่คุณเคยเห็นคือใคร”


วัยเด็กในโรซาริโอ: เด็กตัวเล็กที่เก่งเกินขนาดตัว

  • ชื่อเต็ม: Lionel Andrés Messi
  • เกิด: 24 มิถุนายน 1987
  • เมือง: Rosario ประเทศอาร์เจนตินา

เมสซี่เกิดในครอบครัวธรรมดา ๆ พ่อทำงานในโรงงานเหล็ก แม่ทำงานในโรงงานผลิตของใช้ เขาโตมากับพี่ชาย–ลูกพี่ลูกน้องที่ชอบเตะบอลกันหลังบ้าน สนามของเขาคือถนนเล็ก ๆ กับลานดินในละแวกบ้าน

ตั้งแต่เด็ก เมสซี่มีสองอย่างที่ชัดมาก

  1. ตัวเล็กกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
  2. เก่งกว่าคนอื่นอย่างโหดมาก

เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนของ Newell’s Old Boys สโมสรในเมืองโรซาริโอ และกลายเป็น “เด็กตัวเตี้ยที่เลี้ยงบอลผ่านคนอื่นเหมือนไม่ได้ออกแรง”

แต่ปัญหาก็ตามมาพร้อมพรสวรรค์

  • เมสซี่ถูกวินิจฉัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโต ทำให้สูงช้ากว่าปกติ
  • การรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก ครอบครัวไม่ไหว

ถ้าไม่มีใครยื่นมือช่วย เราอาจไม่ได้เห็นเมสซี่เวอร์ชัน “ที่สุดของโลก” ก็ได้


การเดินทางสู่บาร์เซโลน่า: ข้ามทวีปเพื่อโอกาสครั้งเดียวในชีวิต

ช่วงวัยเด็กปลาย ๆ ครอบครัวของเมสซี่ได้ติดต่อกับ บาร์เซโลน่า ที่สนใจฝีเท้าของเขา สโมสรยื่นข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตทั้งครอบครัวไปตลอดกาล

  • บาร์เซโลน่าพาเมสซี่ไปทดสอบฝีเท้าที่สเปน
  • เขาโชว์ของในสนามซ้อมจนโค้ช–สตาฟฟ์แทบไม่เชื่อสายตา ว่าเด็กตัวจิ๋วคนนี้เล่นบอลลื่นขนาดนั้นได้ยังไง
  • สโมสรตัดสินใจเสนอให้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาฮอร์โมน แลกกับการให้ครอบครัวย้ายไปอยู่บาร์เซโลน่า และให้เมสซี่เข้าสู่อะคาเดมีของทีม

ไม่นานเขาก็เข้าไปอยู่ในระบบเยาวชนชื่อดัง ลา มาเซีย (La Masia) ที่เต็มไปด้วยเด็กพรสวรรค์ และเมสซี่ก็ยังโดดเด่นอยู่ดี

เพื่อนร่วมรุ่น–โค้ชในสมัยนั้นเล่าว่า

  • เวลาแบ่งทีมซ้อม ถ้าใครได้เมสซี่อยู่ฝั่งตัวเอง จะรู้สึกเหมือน “เริ่มเกมด้วยโอกาสนำ 1-0 ตั้งแต่ยังไม่เขี่ย”
  • เขาอาจจะขี้อาย พูดไม่เยอะ แต่พอได้บอลคืออีกคนหนึ่งเลย

แจ้งเกิดกับบาร์เซโลน่าชุดใหญ่: จากเสื้อเบอร์ 30 สู่เบอร์ 10 ของทั้งโลก

เมสซี่ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของบาร์ซ่าตอนยังเป็นวัยรุ่นต้น ๆ ในช่วงกลางยุค 2000

ช่วงแรกเขา

  • ลงเป็นตัวสำรองทางริมเส้นขวา
  • ใช้ความเร็ว + การเลี้ยงกินตัว + การหักเข้าซ้ายยิง เป็นอาวุธหลัก

จากนั้นสโมสรเริ่มให้บทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ

ยุค Ronaldinho และการส่งไม้ต่อ

ตอนเมสซี่ขึ้นมาใหม่ ๆ โรนัลดินโญ่ คือสตาร์เบอร์หนึ่งของทีม

  • ดินโญ่เหมือนเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแล
  • ส่งบอลให้เมสซี่บ่อย ๆ
  • มีหลายจังหวะที่สองคนนี้เล่นชิ่งกันเหมือนกำลังเต้นซัมบ้าบนพื้นหญ้า

เมื่อเวลาผ่านไป

  • โรนัลดินโญ่ค่อย ๆ ถอยจากจุดพีก
  • บาร์ซ่าตัดสินใจมอบเสื้อ หมายเลข 10 ให้เมสซี่

นั่นคือสัญญาณที่บอกทั้งโลกว่า “จากนี้ไป คนแบกทีมคือเขาแล้วนะ”

ยุคเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ “False 9”

ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป เมสซี่ถูกดันมาเล่นในหลายบทบาท ทั้งปีกขวา, เพลย์เมกเกอร์ และโดยเฉพาะตำแหน่ง False 9

  • ยืนตรงกลางแดนหน้า แต่ไม่ยืนห้อยกับเซ็นเตอร์
  • ถอยต่ำลงมาเชื่อมเกม
  • ดึงกองหลังให้หลุดตำแหน่ง
  • เปิดพื้นที่ให้ปีก/มิดฟิลด์สอดเข้าช่อง

บาร์ซ่ายุคนั้นกลายเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์

  • ครองบอลสูง
  • ดันไลน์สูง
  • ใช้การเพรสซิ่งและการจ่ายบอลสั้นเร็ว ๆ
  • เมสซี่คือคนที่จบสกอร์–สร้างเกม–เชื่อมเพื่อน–ยิงลูกสำคัญ

เขาพาทีมคว้า

  • แชมป์ลาลีกาจำนวนมาก
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหลายสมัย
  • แชมป์บอลถ้วยในสเปนและยุโรปอีกเพียบ

ในยุคที่บาร์ซ่าเจอกับเรอัล มาดริดของโรนัลโด้ (CR7) นั่นคือช่วงที่แฟนบอลทั้งโลกยอมรับว่า “เรากำลังดูหนึ่งในศึกดวลที่ดุที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา” และไม่ว่าคุณจะถือฝั่งไหน ถ้านั่งวิเคราะห์ก่อนเปิดบิลใน ทางเข้า UFABET ล่าสุด ชื่อของเมสซี่ก็คือหนึ่งในตัวแปรหลักที่ต้องคิดถึงเสมอ


ตัวเลขและสถิติที่กลายเป็นตำนาน

เมสซี่สะสมสถิติแบบที่อ่านแล้วต้องมีร้อง “โห เยอะไปมั้ย”

ตัวอย่างแบบรวม ๆ (ไม่ต้องลงลึกเป็นตาราง แต่เอาให้เห็นภาพ):

  • ยิงให้บาร์เซโลน่าในเกมอย่างเป็นทางการมากกว่า 600 ประตู
  • แอสซิสต์อีกหลายร้อยครั้ง
  • ฤดูกาลหนึ่งเคยยิงเกิน 90 ประตูในปีปฏิทิน (สถิติโลกช่วงหนึ่ง)
  • เป็นดาวซัลโวลาลีกาหลายสมัย
  • คว้า Ballon d’Or มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (มากกว่าใครทั้งหมด จนตัวเลขกลายเป็นเรื่องที่คนเอาไปถกเถียงในวงเหล้า วงบอล วงวิเคราะห์สถิติกันไม่จบ)

สิ่งที่น่ากลัวคือ เขาไม่ได้แค่ยิงเยอะ แต่ยังเป็นจอมแอสซิสต์ตัวพ่อด้วย ทำให้เวลาพูดถึงคำว่า “complete attacker” หรือ “ตัวรุกครบเครื่อง” ชื่อเขาจะโผล่ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน


ทีมชาติอาร์เจนตินา: จาก “กดดันจนร้องไห้” สู่ “กัปตันแชมป์โลก”

เส้นทางทีมชาติของเมสซี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่แรก

ช่วงแรก: กัปตันที่ถูกตั้งคำถาม

แม้จะเล่นโหดกับบาร์ซ่า แต่ในทีมชาติอาร์เจนตินา ช่วงแรก ๆ เขามักเจอว่า

  • ระบบทีมไม่หนุน
  • เพื่อนร่วมทีม–โค้ชเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
  • ความคาดหวังจากแฟนบอลสูงมากเพราะทุกคนหวังให้เป็น “มาราโดนาคนใหม่”

หลายครั้งที่ทีมชาติแพ้ในรอบลึก ๆ

  • รองแชมป์โคปา อเมริกา
  • แพ้นัดสำคัญในฟุตบอลโลก

เมสซี่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงขั้นมีข่าวว่าเคยคิดจะเลิกเล่นทีมชาติ เพราะรู้สึกว่าทำอะไรไปก็ไม่พอ

จุดเปลี่ยน: แชมป์โคปา อเมริกา และความสุขบนสีฟ้าขาว

แต่เส้นทางของเขากับทีมชาติไม่ได้จบแบบเศร้า

  • ในที่สุด อาร์เจนตินาก็สามารถคว้า แชมป์โคปา อเมริกา ได้ โดยเมสซี่เป็นตัวหลักทั้งเรื่องประตูและการสร้างสรรค์เกม
  • เขาเล่นด้วยสีหน้าที่ “เบาสบาย” กว่าช่วงก่อน เหมือนยอมรับตัวเองได้เต็มที่ และเพื่อนทั้งทีมก็เล่นเพื่อเขาอย่างแท้จริง

หลังจากนั้นยังมีถ้วยอย่าง ฟินาลิสซิม่า (แชมป์ยุโรป vs แชมป์อเมริกาใต้) ที่อาร์เจนตินาชนะอิตาลีได้อีก

ฟุตบอลโลกที่สมหวัง

แล้วก็ถึงวันที่หลายคนรอคอย: ฟุตบอลโลกที่เขาได้ชูถ้วยในฐานะกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา

ในทัวร์นาเมนต์นั้น เมสซี่

  • ยิงจุดโทษ–ยิงโอเพ่นเพลย์สำคัญ
  • แอสซิสต์ให้เพื่อน
  • รับบทผู้นำทั้งในสนามและในห้องแต่งตัว

ภาพของเขาที่ชูถ้วยแชมป์โลกในเสื้อฟ้า–ขาว กลายเป็นรูปที่ถูกแชร์ไปทั่วโลก แฟนบอลจำนวนมากถึงขั้นบอกว่า

ณ วินาทีนั้น ความรู้สึกคล้ายตอนมาราโดนาพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลก 1986 เลย

และแน่นอน ชื่อ “เมสซี่ vs มาราโดนา ใครคือเบอร์หนึ่งตลอดกาล” กลายเป็นบทสนทนาที่ไม่มีวันจบง่าย ๆ


PSG และ Inter Miami: บทต่อของตำนาน

หลังจากอยู่บาร์ซ่ามาทั้งชีวิตในยุโรป สุดท้ายด้วยปัญหาทางการเงินของสโมสร เมสซี่ต้องย้ายออก

Paris Saint-Germain

เขาย้ายไป PSG

  • ได้เล่นร่วมกับเนย์มาร์ และเอ็มบัปเป้
  • คว้าแชมป์ลีกเอิง
  • เพิ่มสถิติส่วนตัวในอีกลีกหนึ่ง

แม้หลายคนจะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ช่วงที่ “พีกสุด” ของเขาเหมือนสมัยบาร์ซ่า แต่ก็เป็นบทหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นว่า ต่อให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยน เมสซี่ก็ยังเป็นผู้เล่นระดับบนสุดของโลกอยู่ดี

Inter Miami

จากนั้นเขาเดินทางข้ามทวีปอีกครั้งไปสู่ Inter Miami ใน MLS

  • เป็นทั้งนักเตะและแม่เหล็กดึงคนดูเข้าลีก
  • ทำให้ฟุตบอลในสหรัฐฯ คึกคักขึ้นอีกระลอก
  • ยังโชว์สกิลฟรีคิก–การจ่ายบอลแบบ “คลาสเมสซี่” ให้เราได้เห็นกัน


สไตล์การเล่น: ทำไมเมสซี่ถึง “โกงเกม” แบบถูกกติกา

สิ่งที่ทำให้เมสซี่แตกต่างจากตัวรุกคนอื่น ๆ

1. การเลี้ยงบอลที่เหมือนบอลติดเท้า

เวลาเขาเลี้ยงบอล

  • ก้าวขาสั้น ๆ เร็ว ๆ
  • บอลไม่เคยห่างจากตัวเกินแขนเอื้อม
  • กองหลังพยายามเสียบมักจะเสียจังหวะ เพราะคิดว่าบอลอยู่ไกลกว่าความจริง

พูดแบบขำ ๆ คือเหมือนเขาถือจอยอยู่แล้วกดปุ่มเลี้ยงบอลแบบ “สติ๊กติดแม่เหล็ก”

2. สมองกับสายตาที่อ่านเกมได้ก่อนคนอื่น

เมสซี่ไม่ได้มีแค่สกิลเดี่ยว แต่ยังมองเห็นรูปเกมโดยรวม

  • เห็นช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างกองหลังกับแบ็ก
  • รับบอลปุ๊บ รู้แล้วว่าจังหวะต่อไปจะให้ใคร
  • หลายลูกที่เหมือนแค่แตะบอลเฉย ๆ แต่จริง ๆ เป็นการ “จ่ายหนึ่งจังหวะที่วางแผนไว้แล้ว”

3. ความนิ่งในจังหวะสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็น

  • จังหวะยิงจุดโทษ
  • หลุดเดี่ยว
  • หรือโดนบีบสอง–สามคนในกรอบ

เขายังใจเย็นพอที่จะเลือกทางที่มีโอกาสดีที่สุด ไม่ได้ยิงทิ่ม ๆ แบบหวังอย่างเดียว

4. ความสม่ำเสมอที่ยาวนาน

เมสซี่รักษามาตรฐานระดับ “โคตรสูง” ไว้ยาวนานเป็นสิบปีติด ๆ
ไม่ใช่แค่พีค 2–3 ปีแล้วหาย เหมือนบางสตาร์ยุคอื่น ๆ


ชีวิตนอกสนาม: จากเด็กขี้อายสู่ไอคอนระดับโลกที่ยังรักครอบครัวเหมือนเดิม

มีหลายอย่างที่ทำให้คนรักเมสซี่นอกเหนือจากการเล่นบอล

  • เขาเป็นคน ขี้อาย–เงียบ ๆ ตั้งแต่เด็ก จนวันนี้ก็ยังไม่ใช่สายพูดเยอะ
  • แต่งงานกับแฟนในวัยเด็กจากโรซาริโอ มีลูกด้วยกัน 3 คน
  • ชอบใช้เวลาว่างกับครอบครัว มากกว่าไปออกงานปาร์ตี้ใหญ่ ๆ
  • ภาพที่โผล่ตามโซเชียลบ่อย ๆ คือเขาเล่นกับลูก ๆ มากกว่าภาพปะทะแสงแฟลช

ตรงนี้ทำให้ภาพของเขาแตกต่างจากบางตำนานที่ชีวิตนอกสนามดุเดือดมาก เมสซี่ดูเป็นคนง่าย ๆ ที่บังเอิญเก่งล้นโลกในเรื่องฟุตบอลแค่นั้นเอง


เมสซี่ในสายตาแฟนบอล: GOAT หรือไม่ GOAT ก็เถียงกันต่อไป

คำถามอมตะคือ

ระหว่างเมสซี่, มาราโดนา, เปเล่, โรนัลโด้ ฯลฯ ใครคือ GOAT ตัวจริง?

คำตอบจริง ๆ ไม่มีข้อสรุปเดียว เพราะ

  • คนละยุค
  • คนละสไตล์
  • คนละบริบททีม

แต่สิ่งที่แทบทุกคนยอมรับคือ

  • เมสซี่คือหนึ่งใน “คนไม่กี่คน” ที่ถูกอนุญาตให้เข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับตำนานเหล่านั้นได้
  • ไม่ว่าจะจัดอันดับแบบไหน ถ้าไม่มีชื่อเมสซี่อยู่ในท็อปของโลก แฟนบอลต้องขมวดคิ้วถามแน่ ๆ

สำหรับเรา เมสซี่คือตัวอย่างของคนที่

  • มีพรสวรรค์
  • แต่ก็ทำงานหนักสุด ๆ
  • เคยเสียใจ เคยล้มเหลวกับทีมชาติ
  • แล้วก็ลุกขึ้นมาคว้าแชมป์โลกได้จริง

มันเลยกลายเป็นเรื่องเล่าที่สวยงามเกินกว่าจะแค่บอกว่า “นักเตะที่ดีคนหนึ่ง”


มรดกที่ลีโอเนล เมสซี่ทิ้งไว้

ลองสรุปให้สั้น ว่าอะไรคือสิ่งที่เมสซี่ฝากไว้ให้วงการลูกหนัง

  • เปลี่ยนคำว่า “ตัวรุกตัวเล็ก” จากข้อเสียให้กลายเป็นข้อได้เปรียบ
  • แสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงบอลแบบใช้สมองผสมเทคนิคสามารถฉีกทั้งแผงรับได้
  • สร้างมาตรฐานใหม่ของ “กองหน้าที่เป็นทั้งเพลย์เมกเกอร์และดาวยิงในคนเดียว”
  • เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กตัวเล็กทั้งโลกที่รักฟุตบอลรู้สึกว่า “ฉันก็ทำได้เหมือนกัน” ถ้าขยันและมีคนเชื่อในตัวเรา
  • เขียนเรื่องราวให้ทีมชาติอาร์เจนตินาได้ปิดสมการจาก “เกือบได้” กลายเป็น “ได้แล้ว” ในยุคของเขาเอง

ปิดท้าย

ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง เราว่า ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) คือภาพที่ชัดที่สุดของประโยคที่ว่า

“พรสวรรค์ + ความพยายาม + โอกาสที่ใช่ = เรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง”

จากเด็กตัวจิ๋วที่มีปัญหาฮอร์โมนเติบโตในโรซาริโอ สู่การกลายเป็นสัญลักษณ์ของฟุตบอลทั้งโลก เป็นทั้งฮีโร่ของบาร์ซ่า กัปตันของอาร์เจนตินา และแรงบันดาลใจของเด็กนับล้านคนที่เตะบอลอยู่ตามถนน–สนามหญ้าเล็ก ๆ ทั่วโลก

ไม่ว่าใครจะเชียร์ทีมอะไร จะเชียร์เมสซี่หรือโรนัลโด้ หรือจะเชียร์แค่ทีมที่ลงบิลใน สมัคร UFABET คืนนี้อย่างเดียวก็เถอะ ชื่อของเมสซี่ก็ยังทำให้เราต้องหยุดดูหนึ่งจังหวะเสมอเวลาเขาได้บอล เพราะทุกคนรู้ในใจเหมือนกันว่า

“จังหวะต่อไป… อาจเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ในตำนานก็ได้”